WE SPECIALISE IN BOOSTER PUMPS AND FIRE PUMPS

การติดตั้งท่อทางดูดและท่อส่งปั๊มน้ำ

 

สิ่งที่จะต้องพิจารณาในการติดตั้งท่อนั้นควรพิจารณาในหัวข้อต่อไปนี้

 

การติดตั้งท่อดูดปั๊มน้ำ

    1. บริเวณท่อทางเข้าสู่ปั๊มน้ำควรเป็นท่อตรงและไม่มีการเปลี่ยนทิศทาง

    2. ความยาวของท่อจะต้องไม่มากจนเกินไป และอุปกรณ์ต่อท่อควรมีน้อยที่สุดเพื่อลดการสูญเสียเนื่องจากแรงเสียดทานและการเปลี่ยนทิศทางการไหลของของไหลในท่อ

     

     

    3. การติดตั้งท่อน้ำกับตัวปั๊ม ควรติดตั้งให้ได้ระดับ และได้แนวพอดีกับแนวเกลียวหรือข้อต่อของปั๊ม อย่าให้งัด งอ หรือไม่ได้แนว ซึ่งอาจทำให้ท่อแตกร้าว หรือตัวปั๊มแตกร้าว หรือเกิดรอยรั่วได้ง่าย เนื่องจากขณะที่ปั๊มน้ำทำงานจะมีการสั่นเล็กน้อย ถ้าติดตั้งท่อไม่ดี อาจทำให้ส่วนที่งัดเสียหายได้ง่าย

    4. การติดตั้งท่อควรระวังอย่าให้มีสิ่งสกปรก เศษวัสดุ เศษท่อพี.วี.ซี. (ท่อพี.วี.ซี. ควรตัดด้วยกรรไกรตัดท่อพี.วี.ซี. ซึ่งให้รอยตัดที่เรียบ ไม่มีเศษพลาสติก) เศษเกลียวท่อ เทปพันเกลียว เข้าไปในท่อ ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดขัดใบพัดปั๊ม ติดขัดที่ลูกลอยหรือวาล์ว ต่างๆ ในระบบน้ำ

    5. การวางท่อดูดจะต้องวางเอียงสูงขึ้นเมื่อจะเข้าปั๊ม เพื่อป้องกันการเกิดกระเปาะอากาศ หรือวางท่อให้มีความลาดเอียงประมาณ 0.02-0.01

     

     

    6. ปลายท่อดูดควรมีฟุตวาล์วและกะโหลกรองน้ำ

     

     

     

    7. ท่อดูดควรจะโตกว่าขนาดหน้าจานด้านดูดของปั๊มน้ำ อย่างน้อยก็เท่ากับขนาดที่โตกว่าถัดไปจากขนาดหน้าจาน ไม่ใช้ท่อดูดขนาดเดียวกันหรือเล็กกว่าขนาดหน้าจานด้านดูด เพราะอาจจะทำให้ประสิทธิภาพของปั๊มน้ำไม่ดี ไม่สามารถทำงานได้ดีเท่าที่ระบุในสเปค

    8. ข้อลดระหว่างหน้าจานด้านดูดกับท่อดูดซึ่งโตกว่า ควรจะเป็นข้อลดแบบคางหมู

     

     

    9. ช่วงต่อระหว่างข้อลดคางหมูกับข้องอ 90 ํ ควรจะสั้นที่สุด แต่ไม่น้อยกว่า 6 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพื่อให้การไหลในท่อสม่ำเสมอก่อนถึงใบพัด

    10. ควรมีเสาหรือโครงรับน้ำหนักของท่อดูดที่แข็งแรงพอเพื่อป้องกันมิให้เกิดแรงกดบนหน้าจานด้านดูดของปั๊มน้ำมากเกินไป

     

    11. ข้องอที่ใช้กับท่อดูดควรเป็นประเภทรัศมีโตเพื่อลดการสูญเสียพลังงานในท่อดูด

    12. การติดตั้งเกจ์สุญญากาศ หรือเกจ์ความดัน-สุญญากาศ ควรจะติดตั้งอยู่ด้านบนของท่อดูด ไม่ควรมีสายยางหรือท่อทองแดงต่อให้มาอยู่ต่ำกว่าท่อดูด

    13. ตำแหน่งที่ติดตั้งเกจ์วัดความดันควรจะอยู่ด้านข้างในแนวศูนย์กลางของท่อส่งโดยมีระยะห่างจากหน้าจานทางจ่ายของปั๊มน้ำ และอยู่หน้าประตูทางด้านจ่ายไม่น้อยกว่า 6 เท่าของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อไม่ควรติดตั้งบนเรือนปั๊ม (Casing) หรือทางด้านหลังของประตูน้ำ

    14. การติดตั้งประตูน้ำ เพื่อแยกปั๊มออกจากระบบ หรือเพื่อควบคุมอัตราการส่งน้ำควรจะใช้อุปกรณ์หรือประตูน้ำที่ค่อยปิดทีละน้อยเพื่อป้องกันวอเตอร์แฮมเมอร์ (Water Hammer) ไม่ควรใช้ประตูน้ำที่ปิดอย่างฉับพลัน

    15. การติดตั้งเชควาล์วเพื่อป้องกันการไหลกลับขณะที่ปั๊มหยุดทำงาน ควรจะติดตั้งควบคู่กับประตูน้ำแบบ Gate Valve โดยใช้เชควาล์ว อยู่ระหว่างปั๊มกับ Gate Valve เชควาล์วที่ใช้ควรเป็นแบบปิดช้าหรือ Non-slam เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวอเตอร์แฮมเมอร์ ไม่ใช้ Swing Check Valve ซึ่งจะปิดทันทีที่ความเร็วในท่อเป็นศูนย์

     

     

     

    การติดตั้งท่อส่ง

    1. ปลายท่อทางส่งควรจะจมอยู่ใต้น้ำในทางส่ง เพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้าและ ประหยัดพลังงานมากกว่า

    2. ควรมีอุปกรณ์จับยึดท่อทางส่งกับตัวอาคาร มากกว่าจะถ่ายน้ำหนักท่อ ลงบนตัวปั๊ม

    3. น้ำหนักและการยึดท่ออาจจะมีผลต่อศูนย์เพลาปั๊ม และระดับดังนั้นควรจะ ตรวจสอบศูนย์เพลา และระดับอีกครั้งหลังจากติดตั้งท่อทางดูดและท่อทางส่งแล้วเสร็จ

    4. ขนาดท่อทางส่ง ควรจะมีขนาดเท่ากับหน้าแปลนทางส่งของปั๊มน้ำ เพื่อประสิทธิภาพที่ดี และเป็นไปได้ ควรจะตรวจสอบความเร็วของน้ำ ในท่อทางส่งไม่เกิน 3 เมตรต่อวินาที

    5. เช็ควาล์วหรือวาล์วกันน้ำย้อนกลับ ควรจะมีการติดตั้งไว้ในด้านทางส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าเกณฑ์ต่อไปนี้
    - ท่อทางส่งยาวมากๆ (เกิน 12 เมตรนี่น่าจะพิจารณาใช้ได้แล้ว) ค่าความดันด้านส่ง (Discharge Head) ที่ได้จากการคำนวณเกินกว่า 50 ฟุต หรือ 15 เมตร
    - เมื่อปลายท่อทางส่งอยู่เหนือระดับน้ำในบ่อสูบเกินกว่า 30 ฟุต หรือเกินกว่า 9 เมตร ขึ้นไป
    - ในกรณีที่ติดตั้งปั๊มขนานกันตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปในท่อร่วมเดียวกัน

    6. การติดตั้ง Sluice Valve ไว้ที่ด้านท่อทางส่ง จะช่วยให้การควบคุมปริมาณน้ำเหมาะสม และไม่เกิดการ Overload ในมอเตอร์ การปรับ Sluice Valve ควรจะกระทำตอนเริ่มทดสอบระบบ แล้ววัดกระแสให้ไม่มากกว่าที่ระบุไว้ใน Nameplate แล้วล็อคไว้เลย หรือไม่ก็ถอดมือหมุนเก็บไว้ เพื่อป้องกันการปรับค่าการไหล โดยกินกำลังมอเตอร์มากเกินไป กรณีการติดตั้งเกินความดัน ควรจะอยูเหนือระดับท่อทางดูด และระดับเดียวกับท่อทางจ่าย โดยเจาะรูเล็กๆ (1/8" -1/4") แล้วเชื่อมนิบเปิล แทนการเสียบเข้าโดยตรงกับท่อ

    7. ลำดับในการติดตั้งอุปกรณ์หากมีทั้ง Check Valve และ Sluice Valve ขอแนะนำให้ติดตั้ง Check Valve ด้านในสุดถัดออกไปจึงจะเป็น Sluice Valve และไม่แนะนำให้ใช้ Swing Check Valve ซึ่งปิดเร็วมากไป

    8. การเกิดฟองอากาศในท่อทางส่งอาจจะมีขึ้นได้ในกรณีที่มีการวางท่อทางส่งใน แนวระดับยาวมากๆ การมีช่องช่วยระบายอากาศ อาจมีความจำเป็น

    9. การติดตั้งอุปกรณ์วาล์วหรือข้อโค้งต่างๆ รวมทั้งทางดูด และทางส่งควรยึดหลักใหมีท่อตรง 6 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลาง (6 D เสมอ)

     

     

    ข้อมูลจาก: http://dds.bma.go.th